New Theme & [Fic+Tenipuri] Sweet valentine for my angel (Yaoi Warning)
posted on 19 Feb 2008 14:36 by kib1413ได้ฤกษ์เปลี่ยนธีมล่ะค่ะ
ข้างบนมันเขียนไม่ถูกหลัก ยังไงก็บอกกล่าวกันด้วยนะคะ ^^"
คราวนี้เอาแม่รุจีขึ้นหัวบลอก พร้อมกันธีมอันเขียวขจี
แล้วก็....
เพิ่งจะระลึกได้ว่าตัวเองก็แต่งฟิควาเลนไทน์เอาไว้ - -
เอามาลงแบบเลทๆ ค่ะ แหะๆ
Title :: Sweet Valentine For My Angel
Author :: Kibigi
Fandom :: The Prince Of Tennis
Rating :: PG – 13
Warning :: Yaoi
Pairing :: Tezuka x Fuji
ถึงแม้จะเป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักก็ไม่ใช่ว่าเหล่าตัวจริงเซงาคุจะต้องหยุดฝึกซ้อม และมีเวลาให้กับความรักของตัวเองได้ทุกคน แต่บางคนก็ยังต้องซ้อมหนักอย่างทุกครั้ง …
เช้าของวันวาเลนไทน์ อัจฉริยะแห่งเซชุนก็ยังคงต้องฝึกซ้อมสำหรับการแข่งขันในครั้งหน้าเหมือนทุกๆ วัน สมาชิกส่วนใหญ่ของชมรมหยุดกันในวันนี้แต่ก็มีตัวจริงบางคนมาซ้อมอยู่บ้าง แต่สำหรับกัปตันทีมที่มีงานต้องทำมากที่สุด เขาทำงานทุกวันอยู่แล้ว พักนี้ก็ยิ่งดูจะงานเยอะมากขึ้นเสียอีก ทุกๆ วันที่เขาเดินกลับบ้านกับเทะสึกะ เจ้าตัวก็ไม่ค่อยพูดค่อยจา เขาก็ทำได้เพียงเดินตามต้อยๆ กลับบ้านเย็นอยู่ร่ำไป
แต่สำหรับวันนี้.... ผมขอซักครั้งได้มั้ยเทะสึกะ?
“เทะสึกะ.... วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยได้มั้ย?” ร่างบางเอ่ยปากถาม
“นายไม่รู้รึไงว่าฉันต้องทำงาน ก็กลับบ้านเวลาเดิมนั่นแหละ” เสียงห้าวตอบอย่างไม่ใส่ใจคนพูดนัก และเร่งรีบออกไปส่งตารางฝึกที่ห้องพักครู
“เฮ้อ...อีกวันแล้วใช่มั้ยที่ผมต้องเหงาอยู่แบบนี้ แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอก็ให้ผมไม่ได้เลยเหรอ...?” ร่างบางบ่นกับตัวเอง เหมือนอีกหลายๆ วันที่เขาถูกทิ้ง ให้นั่งรอที่ม้านั่งตรงหน้าชมรมนี้ เพื่อที่จะกลับบ้านกับเทะสึกะ
สมาชิกหลายคนตื่นเต้นกับวันวาเลนไทน์ โออิชิสัญญากับเอจิว่าจะรีบทำตารางซ้อมแล้วรีบไปสวนสนุกด้วยกัน โมโมะเองก็ชวนเอจิเซ็นออกไปข้างนอกตั้งแต่เลิกเรียน...
แล้วจะนับประสาอะไรกับกัปตันอย่างเทะสึกะที่ขนาดวันเกิดตัวเองยังไม่อยากจะใส่ใจ แล้ววันวาเลนไทน์.... วันสำคัญแบบนี้ นายนึกถึงผมบ้างรึเปล่า?
“นี่นายไม่เบื่อบ้างเหรอฟูจิ?” เสียงของอินูอิพูดขึ้น
“เบื่อเรื่องอะไรเหรอ...” ฟูจิถามกลับ
“โถ่... ก็ฉันเห็นนายนั่งรอเทะสึกะกลับบ้านจนเย็นถึงเกือบดึกทุกวันเลยนี่นา... ฉันว่าโอกาสที่นายจะได้ไปไหนๆ กับเทะสึกะในวันนี้น่ะ... เป็น 0%....”
“...นั่นสินะ ฉันก็ว่าอย่างนั้น... ว่าแต่แล้วนายล่ะ?” เขาเลือกที่จะยิ้มตอบและส่งคำถามกลับไป
“วันนี้ฉันจะไปกินข้าวกับไคโดน่ะ แต่หมอนั่นกลับไปก่อน เห็นบอกว่าจะไปรอแถวๆ ที่ไปฝึกด้วยกันน่ะ นี่ก็ใกล้เวลาแล้ว ฉันไปนะ”หนุ่มแว่นเหลี่ยมโบกมือลาแล้วสะพายกระเป๋าออกไป
ฟูจิก็ตัดสินใจลุกขึ้นบ้าง เขาเดินไปที่ห้องชมรมเพื่อจัดกระเป๋ารอเทะสึกะ แต่ระหว่างนั้นเอง เสียงของเหล่าสมาชิกชมรมที่จับกลุ่มคุยกันอยู่นอกห้องชมรมก็เล็ดลอดเข้ามาถึงข้างใน
“นี่ๆ นายได้ข่าวรึเปล่า? ที่ว่ากัปตันคุนิมิสึน่ะไปเดินช็อปปิ้งกับสาวสวยที่ห้างเมื่อวานนี้น่ะ”
“จริงอะเหรอ?... แต่ฉันว่าก็ไม่แปลกหรอกนะ กัปตันออกจะเท่ห์แล้วก็เนื้อหอม สาวๆ ที่ไหนก็ต้องถูกใจทั้งนั้นแหละน่า”
“อืม...เนอะ..........ฉันน่ะนะ.......”
.......................
................
...........
เพียงแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ที่ฟูจิไม่ต้องคิดไปอื่นไกล... นั่นใช่นายจริงๆ น่ะเหรอเทะสึกะ....
ที่เมื่อวานนายบอกฉันว่า.....
“นายไม่ต้องรอฉันหรอก กลับไปก่อนได้เลย”
ที่เมื่อวานเธอทิ้งผมให้เดินกลับบ้านคนเดียว....
ที่จริงมันเป็นแบบนี้เองหรอกใช่มั้ย....?
ที่แล้วมาผมเข้าใจผิดมาตลอด.... พยายามเชื่อใจคนรักอย่างเธอ แต่ในที่สุดมันก็เป็นแบบนี้... ถูกหลอกให้เป็นคนโง่.....
ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน.... ทำไมเธอถึงไม่เคยบอกให้ผมรู้......
ผม.... ผมจะได้เตรียมใจถูก.....
หยาดน้ำใสร่วงหยดลงกระเป๋าที่กำลังจัดอยู่ตรงหน้า ข้างแก้มเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
เขาตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดโทรออกไปยังหมายเลขที่ชีวิตนี้ก็ลืมไม่ลง
เขาอยากจะคุย..... ให้รู้เรื่อง.....
“ฮัลโหล.. เทะสึ..”
“ฉันกำลังทำงาน จะโทรมาทำไมตอนนี้” ทันทีที่จบคำพูด สัญญาณก็ถูกตัดออก เสียงไม่พอใจอย่างมากของเทะสึกะยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกน้อยใจเข้าไปอีก
.
ปฎิเสธอีกแล้ว
.
แค่เวลาโทรศัพท์ไม่นานเลยซักนิด
.
เธอก็ให้ผมไม่ได้เลยสินะ
.
.
ตกเย็นทุกคนในชมรมก็พากันกลับบ้านจนหมดแต่ยกเว้นเทะสึกะเหมือนทุกวัน ทุกคนต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก
แต่ฟูจิก็ยังคงต้องนั่งรอเทะสึกะโดยปราศจากผู้คนอย่างนี้เช่นเคย
วันนี้เป็นวันแห่งความสุขแต่ไม่ใช่สำหรับฟูจิที่รอคนรัก รอแล้วรอเล่าเฝ้าหาว่าเมื่อไหร่จะมา น้ำในตามันเริ่มเอ่อล้น จนร้องไห้.....
ทำไมวันนี้ช่างเป็นวันแห่งความรักที่น่าเศร้าแบบนี้.....
ต่างจากเมื่อก่อน.....
.
.
.
เย็นวันวาเลนไทน์เมื่อปีก่อน
อัจฉริยะแห่งเซชุนยังงงอยู่เล็กน้อยกับการกระทำของเพื่อนคนนี้... เพื่อนที่ในตอนนี้กำลังจับมือเขาแล้วก็พาวิ่งไปตามถนนอย่างเร่งร้อน แต่ในใจไม่ได้นึกโกรธอะไรซักนิด เพราะเวลาที่เขาได้อยู่กับเทะสึกะ มันเป็นเวลาที่มีค่าและทำให้เขามีความสุขมากที่สุด..
เพื่อนคนนี้ไม่เคยทำให้เขาร้องไห้... ยิ่งคนๆ นี้ร่าเริงมันทำให้เขายิ่งมีความสุขเข้าไปอีก
เมื่อผมอยู่ใกล้เธอ.... ผมจะรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยหาได้จากที่ไหนเลย...
“เทะสึกะ... จูงมือผมมาตั้งนานแล้ว เธอจะพาผมไปไหนกันแน่”
คนถูกถามไม่ตอบอะไรแต่ตอนนี้ทั้งคู่วิ่งมาจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำแห่งหนึ่ง ทั้งคู่หยุดวิ่งและตอนนี้เขาทั้งสองก็กำลังยืนอยู่ที่กลางสะพาน
“หลับตาสิ ฟูจิ...”
คนถูกสั่งทำตามอย่างว่าง่าย ฟูจิหลับตาลง และในตอนนั้นเองที่ร่างบางถูกจับไหล่ทั้งสองข้างพลิกกลับหลังหันมาอีกฝั่ง เมื่อไม่รู้สึกว่ามีอะไรมาถูกตัว ร่างบางก็ลืมตาเองอย่างอัตโนมัติ
พระอาทิตย์ทอแสงสีส้มเจือแดง กำลังจะลับของฟ้า แม่น้ำสายยาวที่ไหลไปยาวสุดลูกหูลูกตาก็ส่องประกายระยิบระยับรับกับแสงสีส้มนั้น
ทิวทัศน์ก่อนพระอาทิตย์ตกดินที่ริมแม่น้ำแบบนี้.... แถมยังได้อยู่ใกล้คนที่เขารัก....
“สวยจังเลย.... ผมไม่เคยมาหยุดยืนดูที่นี่เลยซักครั้ง” ร่างบางเท้าแขนกับขอบสะพาน เขาประทับใจเอามากๆ
“ใช่มั้ยล่ะ...” ร่างสูงเดินเข้ามาโอบไหล่เล็กเข้าหาตัว
“วันหลังพาผมมาอีกนะ... ว่าแต่ทำไมถึงพาผมมาที่นี่ล่ะ?” ฟูจิถาม
“ก็......”คนถูกยิงคำถามที่ตอนนี้แก้มขึ้นสีเรื่อนิดๆ ใช้นิ้วชี้ข้างหนึ่งเกาข้างแก้ม “...ฉันคิดว่า มันโรแมนติกดีนี่นา.... เหมาะที่จะ.... บอกรักใครซักคนในวันนี้..... เพราะที่นี่มันสวยมากๆ แต่ว่านะ.... คนที่ฉันจะบอกรักน่ะ สวยกว่านี้เป็นร้อยพันเท่า” คำพูดของเทะสึกะทำเอาหัวใจคนข้างๆ กายเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ แขนแกร่งโอบร่างบางให้เข้ามาแนบชิดตัวเองมากยิ่งขึ้น
“เทะสึกะ..... ผม...” ปากก็อยากจะพูดแต่นึกอะไรไม่ออก เลือดในกายฉีดพล่านไปทั่ว ขนาดตัวเองยังรู้ตัวเลยว่าใบหน้าแดงอยู่ซักแค่ไหน ฟูจิหลับตาพริ้มเมื่อรู้สึกว่าคนข้างๆ กำลังกอดเขาอยู่ ลมอุ่นๆ ที่รู้สึกได้ข้างใบหู และเสียงกระซิบเบาๆ ของเทะสึกะที่ทำให้คนในอ้อมแขนถึงกับน้ำตาซึมเพราะความดีใจ
“...ฉันรักนายนะ...”
พอพูดจบไม่ทันไร ริมฝีปากของคนพูดก็ประทับลงบนแก้มใสตรงหน้าเบาๆ ด้วยความรัก
ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากของฟูจิ แต่กลับเป็นการกระทำที่บอกความรู้สึกนั้นแทน แขนเรียวโอบคอร่างสูง โน้มคอคนตรงหน้าลงมา ริมฝีปากบางสีกลีบกุหลาบประกบกับริมฝีปากหนาเพื่อแทนคำว่า “ผมก็รักเธอ”
.........ตั้งแต่ตอนนั้น...... เทะสึกะได้ทำให้เขารู้ว่า..... เขาจะไม่เหงาอีกต่อไป......
.
.
.
น้ำในตามันไหลล้นออกมาจนได้สิน่า.... เรื่องเก่าๆ ความทรงจำดีๆ กลับทำให้เขาร้องไห้ ตอนนี้มันกลับไม่เหมือนกันเพราะใครบางคนกำลังลังทำให้เทะสึกะห่างไกลเขาออกไป คงเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ใช่มั้ย?... ทั้งที่บอกติดงานบ้างล่ะ งานเยอะบ้างล่ะ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไปกับใครก็ไม่รู้
.......บ้าจริงๆ.... แล้วทำไมเราต้องมานั่งร้องไห้เพราะไอ้เรื่องพรรค์นี้ด้วย......
ทำไมเราไม่เชื่อใจเทะสึกะล่ะ... ก็ในเมื่อเรารักเทะสึกะ เราก็ต้องเข้าใจเขาสิ.... ฟูจิได้แต่บอกตัวเอง แต่ก็มิวายที่จะต้องร้องไห้ออกมาอีก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....
.
.
.
...แกร็ก... เสียงลูกบิดประตู ดึงนัยน์ตาสีฟ้าให้หันไปมอง ทั้งที่ใบหน้ายังเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตา
“นายร้องไห้ทำไมน่ะฟูจิ?” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยถาม
“เปล่านะ ผมไม่ได้ร้อง....” ฟูจิปาดน้ำตาแล้วหันมาพูดกับต้นเสียง
“ไม่เอาน่า นายมีเรื่องอะไรก็บอกฉันสิ”เทะสึกะเดินไปนั่งข้างฟูจิ แต่ร่างบางกลับเขยิบออกห่าง
“ทำไมออกมาเร็วจังล่ะ ไม่ไปหาเค้ารึไง?”เสียงที่ไม่พอใจเล็กน้อยเอ่ยประชด มันทำให้เทะสึกะงงอยู่ซักพัก
“เค้าไหนกัน.... ฉันก็มีนายให้กลับด้วยอยู่คนเดียวนี่นา” ตอนนี้เควชั่นมาร์คลอยอยู่เต็มหัวเทะสึกะไปหมด .....เค้าไปทำอะไรให้ฟูจิไม่พอใจ?
"ก็เค้าที่นายพาไปเดินห้างเมื่อวานนี้ไง”ฟูจิพูดอย่างน้อยใจ
“อ๋อ... นึกออกแล้ว ....นี่นายกำลังหึงฉันหรอกเหรอฟูจิ นายเนี่ยน่ารักจังเลยน้า”ร่างสูงเข้าไปหอมแก้มคนข้างๆ ฟอดใหญ่แต่ทว่าคนที่ถูกหอมแก้มกลับไม่ยิ้มเลยซักนิด
“ไม่คิดจะแก้ตัวอะไรเลยหรือไง”ฟูจิถามอย่างเคืองๆ
“ก็ไม่นี่ ฉันไปกับเค้าจริงๆ จะให้แก้ตัวเรื่องอะไรอีกล่ะ”เทะสึกะยิ้มน้อยๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับขยี้หัวใจคนตรงหน้าซะแทบไม่เหลือชิ้นดี
ฟูจิคว้ากระเป๋าข้างกายแล้ววิ่งออกไปทันที น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ด้วยความไม่เข้าใจการกระทำของเทะสึกะเลยแม้แต่น้อย
ที่บอกว่ารักเขา มีแต่เขา... แต่พอถามเรื่องใครคนนั้นก็ไม่ได้ปฎิเสธเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอต้องการจะแกล้งผมหรือยังไงกัน
“เดี๋ยวสิ เป็นอะไรไปน่ะฟูจิ”เทะสึกะวิ่งตามฟูจิออกมา
.
.
.
“นายโกรธอะไรฉันน่ะฟูจิ งอนเป็นเด็กๆ ไปได้” เทะสึกะวิ่งตามฟูจิออกมา ทั้งคู่วิ่งมาหยุดที่ถนนในสวนสาธารณะ
“ก็ใช่สิ ผมมันไม่ดี สู้เค้าไม่ได้เลยซักอย่างใช่มั้ยล่ะ เธอถึงไปกับเค้าคนนั้น”เสียงสะอื้นที่ปนกับเสียงร้องไห้ของฟูจิยิ่งทำให้เทะสึกะไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ทำไมฟูจิถึงต้องพูดเหมือนกับว่าเขากำลังนอกใจฟูจิเสียแบบนั้น
“ฉันก็แค่ไปซื้อแหวน...” เทะสึกะตอบอย่างไม่กลัวคนตรงหน้าเสียใจ
“แหวน...!!! พวกเธอคงจะรักกันมากสินะ ถึงขั้นจะแต่งงานเลยรึไง? ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย!?!” ยิ่งพูดฟูจิก็ยิ่งร้องไห้
เสียงที่เงียบลง ปราศจากเสียงตอบกลับหรือคำแก้ตัวใดๆ ของเทะสึกะ ตอนนี้ฟูจิรู้เพียงว่า แขนแข็งแรงกำลังกอดเอวของเขา ที่นิ้วนางข้างซ้ายรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเหมือนโลหะถูกสวมเข้าที่นิ้วอย่างช้าๆ
เทะสึกะยกมือข้างซ้ายของร่างบางขึ้นมา สิ่งที่ฟูจิเห็นคือแหวนเงินวงเล็กสวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย ตรงกลางมีเพชรเม็ดเล็กรูปหัวใจฝังอยู่ แหวนที่เค้าเคยบอกกับใครบางคนว่ามันสวย แต่เขามีเงินไม่พอที่จะซื้อมัน แต่เขาไม่เคยบอกเทะสึกะเลย.... แต่ทำไมเทะสึกะถึงรู้ได้?
“ถ้าฉันจะแต่งงาน ฉันจะแต่งกับฟูจิ ชูสึเกะ... นายคนเดียวเท่านั้น”เทะสึกะปาดน้ำตาที่แก้มนวลอย่างอ่อนโยน พร้อมกับจูบเบาๆ ที่หน้าผากก่อนเลื่อนลงมาจูบที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อ
สัมผัสรสหวานจากปากของคนตรงหน้า ไม่มีจูบใดจะหวานเท่ากับจูบของคนรักอีกแล้ว...
“เดี๋ยวสิ!!!” ฟูจิผละออกจากจูบอันแสนยาวนาน “แล้วทำไม เธอต้องไปกับผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะ”ฟูจิพูดเรื่องสุดท้ายที่ยังคาใจ
“ก็ถ้าไม่มีคนที่รู้ใจนายไปด้วย ฉันจะซื้อของที่ถูกใจนายได้ยังไงกันล่ะ” เทะสึกะตอบ
“คนที่รู้ใจผม??”
“นอกจากฉันแล้ว โลกนี้มีคนที่รู้ใจนายไม่กี่คนหรอกนะ...”
สมองเริ่มประมวลความน่าจะเป็นออกมา นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะร้องเสียงหลงออกมา
“พี่ยูมิโกะ... !?!”
“ก็ใช่น่ะสิ ทีนี้เลิกสงสัยฉันซะที... ฉันก็ถามพี่นายว่านายชอบอะไร ตอนแรกฉันก็จะซื้อกระบองเพชร แต่เห็นพี่ของ”คนรัก”บอกว่า มีซะจนดูแลแทบไม่ไหว เขาก็เลยบอกว่าเห็นนายมาหยุดดูเจ้าแหวนวงนี้ ดูแล้วดูอีก แต่ก็ไม่ยอมซื้อ ฉันก็เลย ซื้อมาให้นายนี่ไง...” เทะสึกะอธิบายทุกอย่างจนหมด
“ใครเป็นคนรักของเธอกัน ชิ...”ฟูจิหน้าแดงอีกครั้ง
“ก็นายไง... แต่งงานแล้วไง ก็เพิ่งจะสวมแหวนไป แต่... ยังเหลือเข้าหออีกนะ” เทะสึกะตวัดร่างเล็กขึ้นอุ้ม ทำเอาคนถูกอุ้มอายจนต้องวุกหน้าหนี
“ทำอะไรน่ะ? วางผมลงนะ”ฟูจิออกคำสั่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนถูกสั่งกลัวแม้แต่น้อย ยังไซ้ไปที่ซอกคอขาวของคนในอ้อมแขน
“โธ่.... เข้าหอบ่อยๆ ครอบครัวสุขสันต์ดีนะ” เทะสึกะยิ้มอย่างมีเล่ห์ แล้วก็อุ้ม “คนรัก” เดินไปตามทาง กลางสวนสาธารณะที่ปลอดผู้คน ในยามที่ท้องฟ้าทอแสงสีส้ม...
.
.
ถึงจะเหนื่อยจากการทำงาน แต่เทะสึกะก็ยังทำหน้าที่แฟนที่ดีของฟูจิได้เสมอ ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะลึกซึ้งมาตั้งนานแล้ว แต่ครั้งนี้กลับทำให้พวกเขาเป็นของกันและกันอย่างแท้จริง(???)
อัจฉริยะแห่งเซชุนเองก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่คิดอะไรแบบนี้อีกแล้ว เพราะตอนนี้เขาได้รู้แล้ว ว่าใครที่เข้าใจเขา และรักเขา...อย่างแท้จริง
*-*เช้าวันต่อมา*-*
สมาชิกตัวจริงในชมรมยังคงมาซ้อมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สายตาแทบทุกคู่จับจ้องมาที่เทะสึกะและฟูจิ บางคนก็ยิ้ม บางคนก็กระซิบกระซาบกันแล้วก็แอบขำ ทำให้ผู้ที่ถูกมองทั้งสองงงเอามากๆ ว่าพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด
“นายสองคนน่ะ ทำอะไรก็เบาๆ บ้างนะ” อินูอิพูดขึ้น ฝ่ายน้องๆ คนอื่นก็แอบหัวเราะ
“อะไร? พูดอะไรน่ะ” เทะสึกะถาม
“ก็พวกพี่น่ะ เสียงกังจะตาย ขนาดได้ยินผ่านโทรศัพท์นะนั่น” โมโมะผสมโรงเข้าด้วยคน
“ขอโทดนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจน่ะ เผอิญพาไคโดไปวิ่ง(?)แถวนั้นพอดีก็เลยโทรหาคนอื่นๆ (เพื่อเก็บข้อมูล?)ด้วยน่ะ พวกนายเนี่ยน้า เล่นเอาซะที่นั่นเลย....” อินูอิเสริมอีกครั้ง
“แหวนสวยดีนี่นาฟูจิ ใส่ไม่ยอมถอดเลยสิท่า น่าอิจฉาจัง nya~...”แมวน้อยประจำชมรมเอ่ยขึ้นบ้าง
“อะไรกันเอจิ นายอยากได้แหวนอีกเหรอ? เมื่อวานฉันก็ซื้อตุ๊กตาหมีตัวเท่าบ้านให้นายไปแล้วยังไม่พอใจอีกรึไง”โออิชิถอนหายใจ เพราะไม่เคยตามใจแมวน้อยถูกใจซะที สงสัยปีหน้าต้องซื้อตุ๊กตาหมีตัวเท่าหอไอเฟลมาให้กอดซะให้หนำใจเจ้าแมวจอมซนถึงจะสมใจ
“ก็นายซื้อมันมาก็โยนให้ฉันแบกมันหนักนะรู้มั้ย nya~ โออิชิบ้า~”
ซะงั้น.... นั่น.. โดนด่าฟรี (- -‘)
“แหม น่าอิจฉาทุกคนนั่นแหละ ไม่เห็นมีใครซื้ออะไรให้ผมเลย”เรียวมะบ่นขึ้น
“อะไรกันเอจิเซ็น??? ฉันพานายไปเลี้ยงบุฟเฟต์โออิชิจนตังเกลี้ยงกระเป๋าแบบนี้นายยังจะมีหน้ามาบ่นอีกเหรอ”โมโมะเถียงกลับพร้อมขยี้หัวรุ่นน้อง
“โธ่...แล้วพวกนายไม่มากินร้านฉันบ้างล่ะ” คาวามูระเอ่ยขึ้นอย่างน้อยใจ
“แต่ฉันเห็นเจ้าอาคุสึมันเดินเข้าร้านนายเมื่อวานนี้ด้วยนี่นาคุณทากะ”คำแซวของโออิชิ เล่นเอาคนบ้าพลังถึงกับหน้าแดงนิดๆ
“หมอนั่นมันให้อะไรนายน่ะ เล่าให้ฟังบ้างสิ nya~ น้าๆๆๆ”
“ทุกคน!!! พอได้แล้ว วันนี้เราจะซ้อมหนัก ไปวอร์มอัพ 28 รอบ!!!” เสียงวางอำนาจของกัปตันดังขึ้น
“หา? ตั้ง 28 รอบเชียวเหรอ ไรกันง่า...” เสียงบ่นปอดแปดยิ่งทำให้กัปตันเลือดขึ้นหน้า
....เจ้าพวกนี้... เลขสวยๆ ไม่ชอบ - -*
“วอร์มอัพ 40 รอบ!”
“ครับ!!!” ทุกคนตอบกลับอย่างพร้อมเพรียง เพราะไม่งั้นเดี๋ยวจำนวนรอบจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างรวดเร็ว เพื่อให้รอดพ้นจากชาลงทัณฑ์ที่เจ้าแว่นเหลี่ยมมันเตรียมมาชนิดเหยือกบิ๊กจัมโบ้โบอิ้ง 280 (??)
.
.
วันวาเลนไทน์ ทุกคนก็มีความทรงจำที่แตกต่างกันออกไป แต่บางคนก็อาจจะเหมือนกันเพราะพวกเขาสองคนสร้างมันขึ้นมา วันวาเลนไทน์ทุกปีก็มีเรื่องให้แปลกใจต่างกันออกไป คนข้างๆ กายก็ทำให้เรายิ้มได้เสมอ ขอแค่มีความรักที่ช่วยพยุงจิตใจของทั้งคู่เอาไว้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ผ่านไปได้...
The end
Talk >>>>
บทนางเอกแตกกระจุยค่ะ หึหึ(?)
เทะเลี่ยนนนนน (แต่งเองด่าเอง -- )
ขอบคุณยุอันสามีสุดที่รักที่เอื้ออำนวยพล็อตด้วยจ้า *----*
See Ya!

สมเป็นฟิควาเลนไทน์เนอะ หวานได้ใจจ้ะ
แหม่ ธีมได้ใจมาก สีสบายๆเนอะ ^^
#1 By [Sora] -This world is YOURS- on 2008-02-19 15:23